นิ่วในไต ตรัง — ปวดเอว ปัสสาวะเป็นเลือด ควรตรวจเมื่อไหร่

ภาพประกอบสร้างด้วย AI เพื่อสื่อบรรยากาศการปรึกษาเรื่องนิ่วในไต ไม่ใช่ภาพผู้รับบริการจริง
💡สิ่งที่คุณจะรู้จากบทความนี้
- ✔ นิ่วในไตคืออะไร เกิดจากอะไร
- ✔ อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์
- ✔ ตรวจปัสสาวะ อัลตราซาวด์ หรือ CT ช่วยอะไรบ้าง
- ✔ วิธีป้องกันนิ่วในไตกลับมาเป็นซ้ำ
- ✔ กลุ่มเสี่ยงและอาการที่ควรรีบพบแพทย์
นิ่วในไตคืออะไร?
นิ่วในไต (Nephrolithiasis) คือก้อนแข็งที่เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุและเกลือในไต พบบ่อยมากในประเทศไทยโดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีอากาศร้อน นิ่วมีหลายชนิด ได้แก่ นิ่วแคลเซียม (พบบ่อยที่สุด) นิ่วกรดยูริก นิ่วสตรูไวท์ และนิ่วซิสทีน
นิ่วขนาดเล็กบางรายอาจออกเองได้ แต่นิ่วที่ทำให้ปวดมาก มีไข้ ปัสสาวะลดลง หรือสงสัยอุดตันควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ การตรวจปัสสาวะ เลือด อัลตราซาวด์ หรือ CT อาจช่วยวางแผนดูแลให้เหมาะสม
6 อาการนิ่วในไตที่ต้องรีบพบแพทย์
ปวดรุนแรงบริเวณสีข้างหรือหลัง เป็นคลื่น
ปวดร้าวลงสู่ขาหนีบหรืออวัยวะเพศ
ปัสสาวะมีเลือดปน สีแดงหรือชมพู
แสบขัดเวลาปัสสาวะ
มีไข้ หนาวสั่น ร่วมกับปวดหลัง (สัญญาณติดเชื้อ)
คลื่นไส้ อาเจียน ระหว่างปวดท้อง

กลุ่มเสี่ยงนิ่วในไต
ดื่มน้ำน้อยกว่า 1.5 ลิตรต่อวัน
รับประทานอาหารเค็มและโปรตีนสัตว์มาก
มีประวัติครอบครัวเป็นนิ่วในไต
อาศัยในสภาพอากาศร้อน เหงื่อออกมาก
มีโรคต่อมพาราไทรอยด์ หรือกรดยูริกสูง (เกาต์)
น้ำหนักเกิน อ้วน เบาหวานชนิดที่ 2
ขั้นตอนประเมินนิ่วในไตที่ธนบุรีตรัง
📋 ซักประวัติและตรวจร่างกาย
ประเมินตำแหน่งปวด ระยะเวลาปวด ไข้ ปัสสาวะผิดปกติ โรคไตเดิม และยาที่ใช้
🧪 ตรวจปัสสาวะและเลือด
ดูเลือดหรือเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ ตรวจการทำงานของไต และสัญญาณติดเชื้อ
📡 อัลตราซาวด์เมื่อเหมาะสม
ช่วยดูไตบวมจากการอุดตัน นิ่วบางตำแหน่ง และภาวะร่วมในช่องท้อง
🖥️ พิจารณา CT ตามข้อบ่งชี้
CT ช่วยระบุตำแหน่งและขนาดนิ่วได้ชัด โดยแพทย์จะพิจารณาตามความจำเป็น
💊 วางแผนดูแลตามขนาดและอาการ
นิ่วเล็กบางรายอาจติดตามอาการ ดื่มน้ำ และใช้ยาตามแพทย์สั่ง ส่วนรายเสี่ยงต้องดูแลเร่งด่วน
🛡️ ป้องกันนิ่วซ้ำ
ปรับการดื่มน้ำ อาหาร ความเค็ม และติดตามผลตามชนิดนิ่วหรือความเสี่ยงส่วนบุคคล

