โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง
พร้อมแพทย์และทีมเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ออกดูแล ประเมินอาการ และเริ่มการรักษาตั้งแต่จุดเกิดเหตุ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

อุบัติเหตุและฉุกเฉิน โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน กดโทรหาโรงพยาบาลได้ทันที
44 YEARS ANNIVERSARY
ฉลอง 44 ปี แห่งการดูแลคุณ
ร่วมฉลองกับโรงพยาบาลธนบุรีตรัง ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษ

คัดกรองมะเร็งสำหรับผู้ชาย
คัดกรองมะเร็งลำไส้ + สารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก
ราคาปกติ 1,875
844 บาท
คัดกรองมะเร็งสำหรับผู้หญิง
คัดกรองมะเร็งลำไส้ + สารบ่งชี้มะเร็งรังไข่
ราคาปกติ 2,265
1,144 บาท
ตรวจหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ
Calcium Score
ราคาปกติ 6,400
4,644 บาท
ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
Mammogram + อัลตราซาวด์เต้านม
ราคาปกติ 4,700
2,944 บาท
รวมค่าแพทย์และค่าบริการแล้ว • ใช้บริการได้ถึง 30 พ.ย. 2569 เวลา 08.00–15.00 น.
ดูแพ็กเกจฉลอง 44 ปี
สิทธิ์ 30 บาท รักษามะเร็งได้ที่ตรัง
ฉายแสงใกล้บ้าน · ไม่ต้องรอคิวนาน · ไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์
แพ็กเกจสุขภาพยอดนิยม
ร่างกายกำลังส่งสัญญาณ
เตือนคุณอยู่หรือเปล่า?
มะเร็งรู้เร็ว รักษาได้... ลองทำแบบทดสอบเบื้องต้น ใช้เวลาเพียง 1 นาที ทราบผลทันที (ฟรี)
"ช่วงนี้คุณมีอาการท้องผูกสลับเสีย หรือมีเลือดปนบ้างไหม?"
(สัญญาณ: ระบบขับถ่าย)
ยิ่งเจอเร็ว ยิ่งรอด
ลองเล่นเกมบูธมะเร็งแบบเต็มจอ เห็นภาพว่าการตรวจพบเร็วต่างจากการปล่อยไว้อย่างไร
มาตรฐานที่คุณวางใจได้จริง
ไม่ใช่แค่คำว่าใกล้บ้าน แต่คือระบบการดูแลที่มีมาตรฐาน มีทีมแพทย์ และมีความพร้อมเมื่อคุณต้องการ
ดูแลโดยเครือโรงพยาบาลธนบุรี พร้อมมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย
โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง ผสานทีมแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยีทางการแพทย์ และระบบบริการที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้คนตรังและจังหวัดใกล้เคียงเข้าถึงการรักษาที่มั่นใจได้
มาตรฐาน HA
ผ่านการรับรอง Hospital Accreditation ด้านคุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย
มาตรฐานระดับสากล
ได้รับการรับรอง AACI และพัฒนาระบบบริการตามแนวทางโรงพยาบาลคุณภาพ
ทีมแพทย์เฉพาะทาง
ครอบคลุมหลายสาขา พร้อมประเมิน วินิจฉัย และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
ดูแลต่อเนื่องใกล้บ้าน
ลดภาระการเดินทาง พร้อมส่งต่อการดูแลในเครือเมื่อจำเป็น
เสียงยืนยันจากผู้ใช้บริการจริง
เช้าวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคมนี้ ผมได้ตื่น 7.30 เพื่อทำธุระส่วนตัว เพื่อจะไป ร.พ. ให้ถึง 8.00 น. ตามที่นัดกับครอบครัวไว้ ก่อนออกจากบ้าน ผมก็ยังมีอาการปวดหัว ยังมีอาการมึนๆ ยังเพลียๆ แต่โดยรวมมีอาการที่ดีขึ้น เลยอัดยาเองไปอีก 1 ครั้งโดยไม่คิดอะไรทำเหมือนทุกครั้งด้วยความคุ้นเคยกับกินยาเอง เมื่อถึง ร.พ. ตามเวลากำหนด ผมก็ตรงไปที่ห้องลูกสาวที่ป่วย และเมื่อถึงห้องผู้ป่วย ผมก็นอนพักที่เตียงคนไข้ ซึ้งเป็นที่นอนขนาดใหญ่ นอนได้ 1-2 คน ในขณะนั้น ภรรยาพาลูกสาวคนเล็กที่ป่วยเข้าห้องน้ำ จากนั้นการณ์เกิดขึ้นไม่ถึง 5 นาที จากที่ถึงห้องผู้ป่วยในขณะที่ผมนอนพัก ผมมีอาการคัดอย่างมากบริเวณมือ ตอนนั้นคิดว่าไม่น่ามีอะไร (ตอนนั้นแอบคิดว่าเป็นลมพิษ) แต่มันคัดขึ้นเรื่อยๆเฉพาะฝามือและฝาเท้าสองส่วนนี้เท่านั้น ก็เลยเปิดตาดูที่มือ มือเป็นสีแดงเข้ม ขณะนั้นพนักงานทำความสะอาดเข้ามาพอดี บอกว่าหน้าผมมีสีแดงมาก(ซึ้งตอนนั้นใส่แมส) ผมเลยเรียกภรรยามาดู ถอดแมสออก ภรรยาผมตกใจ เพราะหน้าผม ปาก บวมและแดงทั้งใบหน้า ตาจะปิด (อารมณ์เหมือนผึ้งต่อยทั้งหน้า) พอซะพักปากผมเริ่มขยับไม่ได้ ในช่วงเวลา 5-10 นาที โชคดีที่อยู่ ร.พ. ได้มีพยายาบาลช่วยกันพาขึ้นรถเข็นเพื่อไปห้องฉุกเฉิน พอถึงห้องฉุกเฉิน ทาง ร.พ. ได้ทำการเจาะที่มือทั้งสองข้างเผื่อไว้ฉีดยาและให้น้ำเกลือ และหมอจะถามผมทุกๆ 2 นาทีได้ ถามค่อนข้างบ่อยรวมทั้งพยายาลที่เข็นผมลงมา ว่า เน้นหน้าอกไหม หายใจโอเคไม ประมาณนี้ ผมก็ตอบว่ายังโอเคไม่มีอะไร ในตอนนี้นระหว่างรอวินิจฉัยอาการแพ้ยา อาการคัดผมเริ่มน้อยลง แต่มีบางอย่างผิดปกติ คือ ผมเริ่มหายใจไม่คล่อง และช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมคงจำไปตลอดชีวิต เพราะเวลา 3-5 นาที ตอนเกิดอาการหายใจไม่ออกขึ้นเรื่อยๆ โชคยังดีที่อยู่ใกล้มือหมอตอนนั้น แต่ผมเริ่มสะลึมสะลือแล้ว (ตอนนั้นเห็นภาพลูกสาวทั้งสองคนแว๊ปขึ้นมา เนื่องจากมันเหตุการณ์ที่ไวมากนึกว่าตัวเองคงจะไม่รอดซะแล้ว) หมอก็เรียกผมเสียงดังๆ ตลอดเวลา ว่า คนไข้ คนไข้ ผมได้แต่พยักคอเบาๆในขณะที่นอนไม่ค่อยรู้สึกตัวแล้ว แต่ประสานได้ได้ยินยังรับรู้ทุกอย่าง แต่ตัวนั้นนอนนิ่งไปแล้ว ได้ยินหมอตะโกนบอกพยาบาลว่าแพ้ยาขั้นรุนแรงเตรียมปั้มหัวใจ จากนั้นพยายาบาลใส่ท่อออกซิเจนที่จมูก เจาะมือทั้งสองข้างและฉีดฉีดอะดรีนาลีนบริเวณต้นขาทั้งสองข้าง และความดันตอนนั้นอยู่ต่ำกว่า 60/40 (ซึ่งมาทราบที่หลังจากการนอนพักฟื้นในห้อง ICU ) เหตุการณ์มันผ่านไปอย่างรวดเร็วที่เหล่าคุณหมอและคุณพยาบาล 5-6 คน ช่วยกันทำให้ผมฟื้นจากอาการเริ่มหายใจกลับมาเป็นเหมือนเดิม ลืมตาได้ พูดเริ่มชัดขึ้น ผื่นตามตัวเริ่มจ้างและหายไป หน้าบวมลดลงตามลำดับ หลังจากนั้นราว 30 นาที เภสัชกรก็มาพูดคุยเกี่ยวกับยาที่แพ้ และได้ทำบัตรชนิดยาที่แพ้ให้พกติดตัวทุกครั้งและแสดงบัตรแข้งชนิดยาที่แพ้ ก่อนรับยาครั้งต่อไปจากหมอหรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด หลังจากนั้นทาง ร.พ. เค้ามาถามสิทธิในการรักษาของผม ว่ามีสิทธิหรือประกันอะไรบ้างไม ผมตอบว่ามีสิทธิข้าราชการ และไม่ได้ทำประกันไว้เลย ทั้งๆภรรยาเคยบอกว่าควรทำ เพราะในครอบทั้งภรรยาและลูกทั้งสองคนทำประกันทุกคน เนื่องจากผมดื้อ คิดว่าร่างกายแข็งแรง คงไม่มีอะไร และเป็นคนชอบซื้อยากินเอง ไม่ชอบไป ร.พ. จึงคิดว่าไข้ทั่วไปกินยาเองก็น่าจะหาย เต็มที่ไปคลีนิคเอา เพราะหลีกเลี่ยงเข้า ร.พ.รัฐบาลอย่างไม่จำเป็น เพราะความคิดส่วนตัว คือไม่ชอบการรอคอยพบหมอนานๆ ในโรงพยาบาลรัฐอย่างมาก และบรรยากาศของ ร.พ. รัฐที่ดูวุ่นวาย แออัด ตอนนั้นบอกตามตรงมีแอบกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ไม่น้อย คาดการณ์ไว้ว่าค่ารักษาต่ำๆ มีครึ่งแสนเพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของจังหวัด แต่นวามกังวลนั้นได้หมดไปเพราะทาง ร.พ. ได้นำเอกสารตัวหนึ่งที่เป็นสิทธิคนไทยเบื้องต้นคือ ถ้าผู้ป่วยมีอาการขั้นวิกฤตฉุกเฉินนำไปสู่การเสี่ยงต่อการเสียชีวิตกฎหมายไทยมีการครอบคุมเป็นสิทธิคนไทยทุกคนได้รับ อธิบายง่ายๆให้เข้าใจคือ ถ้าอาการที่ทำให้เราเฉียดตายเราสามารถเข้า ร.พ. ไหนก็ได้ที่ใกล้ที่สุดรวมทั้ง ร.พ.เอกชน จะไม่มีค่าใช้จ่ายในเวลา 72 ชั่วโมง ผมอยู่ ร.พ. เอกชนแห่งนี้ได้ 3 วันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ตอนนั้นผมรู้สึกถึงการภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยจริงๆ ที่มีสิทธิดีๆแบบนี้คุ้มครอง
วันนี้มาหาหมอที่โรงบาลธนบุรีตรังเจอเจ้าหน้าที่ต้อนรับให้บริกาน่ารักมากคะ และเจ้าหน้าที่เข็นเปลบริการดีทุกครั้งรวมไปถึงคุณหมดและพยาบาลบริการดีให้คำแนะนำคำปรึกษาได้รู้สึกสบายใจมากเลยคะ นอกจากนี้จุดที่มารับยาบริเวณตึก3มีอาหารและเครื่องดื่มของ BLACK CANYON และ Auntie Anne’s รู้สึกว่ามีการพัฒนาและรองรับความต้องการตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วยและญาติที่มาหาหมอครบจบในที่เดียวเลยคะ และเมื่อดิฉันจะกลับบ้านไปยังจุดที่จอดรถมีเจ้าหน้าที่ขับรถกล์อฟไปส่งถึงที่จอดเลยคะ ให้10/10ไม่หักคะ
**“แม้จะเป็นเพียงอาการป่วยเล็กน้อย แต่วันนี้ ดิฉันได้รับประสบการณ์การดูแลที่ดีจากทีมงานโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา ประทับใจในน้ำใจของพนักงานเปล เจ้าหน้าที่ต้อนรับและน้องได้เวชระเบียนที่ให้การต้อนรับด้วยรอยยิ้มและความใส่ใจ ในการรักษาของคุณหมอวิสาท แผนกอายุรกรรม ที่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจและคลายกังวลไปได้มาก โดยเฉพาะการดูแลที่อบอุ่นจากทีม พยาบาลวิชาชีพที่คอยซักถามและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ในฐานะตัวแทนประกันชีวิตที่ต้องดูแลสุขภาพของลูกค้าเป็นสำคัญ การได้เห็นมาตรฐานการรักษาและบริการที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ ทำให้ดิฉัน มั่นใจเต็มร้อยที่จะส่งต่อความไว้วางใจให้ลูกค้าและคนที่รักมาใช้บริการที่นี่ ขอบคุณโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง จากใจจริงค่ะ 🙏 ให้ห้าดาวเต็มไม่หักเลยคร้า
วันนี้มีโอกาสมาใช้บริการที่โรงพยาบาลธนบุรีตรัง ประทับใจตั้งแต่เดินทางมาถึงเพราะมีสถานที่กว้างขวางสะอาดและที่จอดรถเพียงพอ ทำให้สะดวกมาก เจ้าหน้าที่ต้อนรับเป็นกันเอง เจ้าหน้าที่เปลให้บริการด้วยความรวดเร็วสุภาพ และคอยช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มใจ โดยรวมแล้วรู้สึกประทับใจทั้งสถานที่ การบริการ และความเอาใจใส่ของบุคลากรทุกคน
- ⭐⭐⭐⭐⭐ ประทับใจอยากบอกต่อ คุณหมอดวงดี โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง คือท่านแรกที่คิดถึงทุกครั้งที่ลูกไม่สบาย เพราะน้องเป็นคนไข้คุณหมอมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว คราวนี้ไข้ขึ้นสูงไวมาก ก็ไม่รอช้ารีบพามาเลย อยากบอกว่าประทับใจทุกขั้นตอนจริง ๆ ตั้งแต่ที่จอดรถกว้างขวาง ขับเข้าออกสะดวก ไม่ต้องกลัวที่แคบ พี่ ๆ ต้อนรับ ก็ต้อนรับดีมาก พยาบาลแผนกถามไถ่อาการน้องตลอด ทำให้รู้สึกว่าเขาดูแลเราจริง ๆ อีกอย่างที่อยากชมคือเจ้าหน้าที่เวชระเบียน กระตือรือร้นช่วยตรวจสิทธิ์ประกันให้แบบไม่ต้องรอนาน แต่ที่ต้องขอชมเป็นพิเศษคือพี่ ๆ พยาบาลและทีมผู้ช่วย บนหอพักชั้น 3703 ดูแลน้องได้ดีมาก อ่อนโยน เป็นกันเอง ให้กำลังใจทั้งตัวเด็กและคนเป็นแม่แบบนี้แหละ ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจเวลาต้องอยู่โรงพยาบาล โดยรวมแล้วประทับใจทุกอย่าง บริการดี ดูแลดี อบอุ่นเหมือนมีครอบครัวอีกหลังนึง ที่สำคัญคือไว้ใจได้จริง ๆ สำหรับเราและคนในครอบครัว อยากแนะนำให้คนอื่น ๆ ที่กำลังมองหาโรงพยาบาลดี ๆ ในตรัง ลองมาใช้บริการดูค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง 🙏
เช้าวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคมนี้ ผมได้ตื่น 7.30 เพื่อทำธุระส่วนตัว เพื่อจะไป ร.พ. ให้ถึง 8.00 น. ตามที่นัดกับครอบครัวไว้ ก่อนออกจากบ้าน ผมก็ยังมีอาการปวดหัว ยังมีอาการมึนๆ ยังเพลียๆ แต่โดยรวมมีอาการที่ดีขึ้น เลยอัดยาเองไปอีก 1 ครั้งโดยไม่คิดอะไรทำเหมือนทุกครั้งด้วยความคุ้นเคยกับกินยาเอง เมื่อถึง ร.พ. ตามเวลากำหนด ผมก็ตรงไปที่ห้องลูกสาวที่ป่วย และเมื่อถึงห้องผู้ป่วย ผมก็นอนพักที่เตียงคนไข้ ซึ้งเป็นที่นอนขนาดใหญ่ นอนได้ 1-2 คน ในขณะนั้น ภรรยาพาลูกสาวคนเล็กที่ป่วยเข้าห้องน้ำ จากนั้นการณ์เกิดขึ้นไม่ถึง 5 นาที จากที่ถึงห้องผู้ป่วยในขณะที่ผมนอนพัก ผมมีอาการคัดอย่างมากบริเวณมือ ตอนนั้นคิดว่าไม่น่ามีอะไร (ตอนนั้นแอบคิดว่าเป็นลมพิษ) แต่มันคัดขึ้นเรื่อยๆเฉพาะฝามือและฝาเท้าสองส่วนนี้เท่านั้น ก็เลยเปิดตาดูที่มือ มือเป็นสีแดงเข้ม ขณะนั้นพนักงานทำความสะอาดเข้ามาพอดี บอกว่าหน้าผมมีสีแดงมาก(ซึ้งตอนนั้นใส่แมส) ผมเลยเรียกภรรยามาดู ถอดแมสออก ภรรยาผมตกใจ เพราะหน้าผม ปาก บวมและแดงทั้งใบหน้า ตาจะปิด (อารมณ์เหมือนผึ้งต่อยทั้งหน้า) พอซะพักปากผมเริ่มขยับไม่ได้ ในช่วงเวลา 5-10 นาที โชคดีที่อยู่ ร.พ. ได้มีพยายาบาลช่วยกันพาขึ้นรถเข็นเพื่อไปห้องฉุกเฉิน พอถึงห้องฉุกเฉิน ทาง ร.พ. ได้ทำการเจาะที่มือทั้งสองข้างเผื่อไว้ฉีดยาและให้น้ำเกลือ และหมอจะถามผมทุกๆ 2 นาทีได้ ถามค่อนข้างบ่อยรวมทั้งพยายาลที่เข็นผมลงมา ว่า เน้นหน้าอกไหม หายใจโอเคไม ประมาณนี้ ผมก็ตอบว่ายังโอเคไม่มีอะไร ในตอนนี้นระหว่างรอวินิจฉัยอาการแพ้ยา อาการคัดผมเริ่มน้อยลง แต่มีบางอย่างผิดปกติ คือ ผมเริ่มหายใจไม่คล่อง และช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมคงจำไปตลอดชีวิต เพราะเวลา 3-5 นาที ตอนเกิดอาการหายใจไม่ออกขึ้นเรื่อยๆ โชคยังดีที่อยู่ใกล้มือหมอตอนนั้น แต่ผมเริ่มสะลึมสะลือแล้ว (ตอนนั้นเห็นภาพลูกสาวทั้งสองคนแว๊ปขึ้นมา เนื่องจากมันเหตุการณ์ที่ไวมากนึกว่าตัวเองคงจะไม่รอดซะแล้ว) หมอก็เรียกผมเสียงดังๆ ตลอดเวลา ว่า คนไข้ คนไข้ ผมได้แต่พยักคอเบาๆในขณะที่นอนไม่ค่อยรู้สึกตัวแล้ว แต่ประสานได้ได้ยินยังรับรู้ทุกอย่าง แต่ตัวนั้นนอนนิ่งไปแล้ว ได้ยินหมอตะโกนบอกพยาบาลว่าแพ้ยาขั้นรุนแรงเตรียมปั้มหัวใจ จากนั้นพยายาบาลใส่ท่อออกซิเจนที่จมูก เจาะมือทั้งสองข้างและฉีดฉีดอะดรีนาลีนบริเวณต้นขาทั้งสองข้าง และความดันตอนนั้นอยู่ต่ำกว่า 60/40 (ซึ่งมาทราบที่หลังจากการนอนพักฟื้นในห้อง ICU ) เหตุการณ์มันผ่านไปอย่างรวดเร็วที่เหล่าคุณหมอและคุณพยาบาล 5-6 คน ช่วยกันทำให้ผมฟื้นจากอาการเริ่มหายใจกลับมาเป็นเหมือนเดิม ลืมตาได้ พูดเริ่มชัดขึ้น ผื่นตามตัวเริ่มจ้างและหายไป หน้าบวมลดลงตามลำดับ หลังจากนั้นราว 30 นาที เภสัชกรก็มาพูดคุยเกี่ยวกับยาที่แพ้ และได้ทำบัตรชนิดยาที่แพ้ให้พกติดตัวทุกครั้งและแสดงบัตรแข้งชนิดยาที่แพ้ ก่อนรับยาครั้งต่อไปจากหมอหรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด หลังจากนั้นทาง ร.พ. เค้ามาถามสิทธิในการรักษาของผม ว่ามีสิทธิหรือประกันอะไรบ้างไม ผมตอบว่ามีสิทธิข้าราชการ และไม่ได้ทำประกันไว้เลย ทั้งๆภรรยาเคยบอกว่าควรทำ เพราะในครอบทั้งภรรยาและลูกทั้งสองคนทำประกันทุกคน เนื่องจากผมดื้อ คิดว่าร่างกายแข็งแรง คงไม่มีอะไร และเป็นคนชอบซื้อยากินเอง ไม่ชอบไป ร.พ. จึงคิดว่าไข้ทั่วไปกินยาเองก็น่าจะหาย เต็มที่ไปคลีนิคเอา เพราะหลีกเลี่ยงเข้า ร.พ.รัฐบาลอย่างไม่จำเป็น เพราะความคิดส่วนตัว คือไม่ชอบการรอคอยพบหมอนานๆ ในโรงพยาบาลรัฐอย่างมาก และบรรยากาศของ ร.พ. รัฐที่ดูวุ่นวาย แออัด ตอนนั้นบอกตามตรงมีแอบกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ไม่น้อย คาดการณ์ไว้ว่าค่ารักษาต่ำๆ มีครึ่งแสนเพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของจังหวัด แต่นวามกังวลนั้นได้หมดไปเพราะทาง ร.พ. ได้นำเอกสารตัวหนึ่งที่เป็นสิทธิคนไทยเบื้องต้นคือ ถ้าผู้ป่วยมีอาการขั้นวิกฤตฉุกเฉินนำไปสู่การเสี่ยงต่อการเสียชีวิตกฎหมายไทยมีการครอบคุมเป็นสิทธิคนไทยทุกคนได้รับ อธิบายง่ายๆให้เข้าใจคือ ถ้าอาการที่ทำให้เราเฉียดตายเราสามารถเข้า ร.พ. ไหนก็ได้ที่ใกล้ที่สุดรวมทั้ง ร.พ.เอกชน จะไม่มีค่าใช้จ่ายในเวลา 72 ชั่วโมง ผมอยู่ ร.พ. เอกชนแห่งนี้ได้ 3 วันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ตอนนั้นผมรู้สึกถึงการภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยจริงๆ ที่มีสิทธิดีๆแบบนี้คุ้มครอง
วันนี้มาหาหมอที่โรงบาลธนบุรีตรังเจอเจ้าหน้าที่ต้อนรับให้บริกาน่ารักมากคะ และเจ้าหน้าที่เข็นเปลบริการดีทุกครั้งรวมไปถึงคุณหมดและพยาบาลบริการดีให้คำแนะนำคำปรึกษาได้รู้สึกสบายใจมากเลยคะ นอกจากนี้จุดที่มารับยาบริเวณตึก3มีอาหารและเครื่องดื่มของ BLACK CANYON และ Auntie Anne’s รู้สึกว่ามีการพัฒนาและรองรับความต้องการตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วยและญาติที่มาหาหมอครบจบในที่เดียวเลยคะ และเมื่อดิฉันจะกลับบ้านไปยังจุดที่จอดรถมีเจ้าหน้าที่ขับรถกล์อฟไปส่งถึงที่จอดเลยคะ ให้10/10ไม่หักคะ
**“แม้จะเป็นเพียงอาการป่วยเล็กน้อย แต่วันนี้ ดิฉันได้รับประสบการณ์การดูแลที่ดีจากทีมงานโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา ประทับใจในน้ำใจของพนักงานเปล เจ้าหน้าที่ต้อนรับและน้องได้เวชระเบียนที่ให้การต้อนรับด้วยรอยยิ้มและความใส่ใจ ในการรักษาของคุณหมอวิสาท แผนกอายุรกรรม ที่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจและคลายกังวลไปได้มาก โดยเฉพาะการดูแลที่อบอุ่นจากทีม พยาบาลวิชาชีพที่คอยซักถามและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ในฐานะตัวแทนประกันชีวิตที่ต้องดูแลสุขภาพของลูกค้าเป็นสำคัญ การได้เห็นมาตรฐานการรักษาและบริการที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ ทำให้ดิฉัน มั่นใจเต็มร้อยที่จะส่งต่อความไว้วางใจให้ลูกค้าและคนที่รักมาใช้บริการที่นี่ ขอบคุณโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง จากใจจริงค่ะ 🙏 ให้ห้าดาวเต็มไม่หักเลยคร้า
วันนี้มีโอกาสมาใช้บริการที่โรงพยาบาลธนบุรีตรัง ประทับใจตั้งแต่เดินทางมาถึงเพราะมีสถานที่กว้างขวางสะอาดและที่จอดรถเพียงพอ ทำให้สะดวกมาก เจ้าหน้าที่ต้อนรับเป็นกันเอง เจ้าหน้าที่เปลให้บริการด้วยความรวดเร็วสุภาพ และคอยช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มใจ โดยรวมแล้วรู้สึกประทับใจทั้งสถานที่ การบริการ และความเอาใจใส่ของบุคลากรทุกคน
- ⭐⭐⭐⭐⭐ ประทับใจอยากบอกต่อ คุณหมอดวงดี โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง คือท่านแรกที่คิดถึงทุกครั้งที่ลูกไม่สบาย เพราะน้องเป็นคนไข้คุณหมอมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว คราวนี้ไข้ขึ้นสูงไวมาก ก็ไม่รอช้ารีบพามาเลย อยากบอกว่าประทับใจทุกขั้นตอนจริง ๆ ตั้งแต่ที่จอดรถกว้างขวาง ขับเข้าออกสะดวก ไม่ต้องกลัวที่แคบ พี่ ๆ ต้อนรับ ก็ต้อนรับดีมาก พยาบาลแผนกถามไถ่อาการน้องตลอด ทำให้รู้สึกว่าเขาดูแลเราจริง ๆ อีกอย่างที่อยากชมคือเจ้าหน้าที่เวชระเบียน กระตือรือร้นช่วยตรวจสิทธิ์ประกันให้แบบไม่ต้องรอนาน แต่ที่ต้องขอชมเป็นพิเศษคือพี่ ๆ พยาบาลและทีมผู้ช่วย บนหอพักชั้น 3703 ดูแลน้องได้ดีมาก อ่อนโยน เป็นกันเอง ให้กำลังใจทั้งตัวเด็กและคนเป็นแม่แบบนี้แหละ ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจเวลาต้องอยู่โรงพยาบาล โดยรวมแล้วประทับใจทุกอย่าง บริการดี ดูแลดี อบอุ่นเหมือนมีครอบครัวอีกหลังนึง ที่สำคัญคือไว้ใจได้จริง ๆ สำหรับเราและคนในครอบครัว อยากแนะนำให้คนอื่น ๆ ที่กำลังมองหาโรงพยาบาลดี ๆ ในตรัง ลองมาใช้บริการดูค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง 🙏
เช้าวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคมนี้ ผมได้ตื่น 7.30 เพื่อทำธุระส่วนตัว เพื่อจะไป ร.พ. ให้ถึง 8.00 น. ตามที่นัดกับครอบครัวไว้ ก่อนออกจากบ้าน ผมก็ยังมีอาการปวดหัว ยังมีอาการมึนๆ ยังเพลียๆ แต่โดยรวมมีอาการที่ดีขึ้น เลยอัดยาเองไปอีก 1 ครั้งโดยไม่คิดอะไรทำเหมือนทุกครั้งด้วยความคุ้นเคยกับกินยาเอง เมื่อถึง ร.พ. ตามเวลากำหนด ผมก็ตรงไปที่ห้องลูกสาวที่ป่วย และเมื่อถึงห้องผู้ป่วย ผมก็นอนพักที่เตียงคนไข้ ซึ้งเป็นที่นอนขนาดใหญ่ นอนได้ 1-2 คน ในขณะนั้น ภรรยาพาลูกสาวคนเล็กที่ป่วยเข้าห้องน้ำ จากนั้นการณ์เกิดขึ้นไม่ถึง 5 นาที จากที่ถึงห้องผู้ป่วยในขณะที่ผมนอนพัก ผมมีอาการคัดอย่างมากบริเวณมือ ตอนนั้นคิดว่าไม่น่ามีอะไร (ตอนนั้นแอบคิดว่าเป็นลมพิษ) แต่มันคัดขึ้นเรื่อยๆเฉพาะฝามือและฝาเท้าสองส่วนนี้เท่านั้น ก็เลยเปิดตาดูที่มือ มือเป็นสีแดงเข้ม ขณะนั้นพนักงานทำความสะอาดเข้ามาพอดี บอกว่าหน้าผมมีสีแดงมาก(ซึ้งตอนนั้นใส่แมส) ผมเลยเรียกภรรยามาดู ถอดแมสออก ภรรยาผมตกใจ เพราะหน้าผม ปาก บวมและแดงทั้งใบหน้า ตาจะปิด (อารมณ์เหมือนผึ้งต่อยทั้งหน้า) พอซะพักปากผมเริ่มขยับไม่ได้ ในช่วงเวลา 5-10 นาที โชคดีที่อยู่ ร.พ. ได้มีพยายาบาลช่วยกันพาขึ้นรถเข็นเพื่อไปห้องฉุกเฉิน พอถึงห้องฉุกเฉิน ทาง ร.พ. ได้ทำการเจาะที่มือทั้งสองข้างเผื่อไว้ฉีดยาและให้น้ำเกลือ และหมอจะถามผมทุกๆ 2 นาทีได้ ถามค่อนข้างบ่อยรวมทั้งพยายาลที่เข็นผมลงมา ว่า เน้นหน้าอกไหม หายใจโอเคไม ประมาณนี้ ผมก็ตอบว่ายังโอเคไม่มีอะไร ในตอนนี้นระหว่างรอวินิจฉัยอาการแพ้ยา อาการคัดผมเริ่มน้อยลง แต่มีบางอย่างผิดปกติ คือ ผมเริ่มหายใจไม่คล่อง และช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมคงจำไปตลอดชีวิต เพราะเวลา 3-5 นาที ตอนเกิดอาการหายใจไม่ออกขึ้นเรื่อยๆ โชคยังดีที่อยู่ใกล้มือหมอตอนนั้น แต่ผมเริ่มสะลึมสะลือแล้ว (ตอนนั้นเห็นภาพลูกสาวทั้งสองคนแว๊ปขึ้นมา เนื่องจากมันเหตุการณ์ที่ไวมากนึกว่าตัวเองคงจะไม่รอดซะแล้ว) หมอก็เรียกผมเสียงดังๆ ตลอดเวลา ว่า คนไข้ คนไข้ ผมได้แต่พยักคอเบาๆในขณะที่นอนไม่ค่อยรู้สึกตัวแล้ว แต่ประสานได้ได้ยินยังรับรู้ทุกอย่าง แต่ตัวนั้นนอนนิ่งไปแล้ว ได้ยินหมอตะโกนบอกพยาบาลว่าแพ้ยาขั้นรุนแรงเตรียมปั้มหัวใจ จากนั้นพยายาบาลใส่ท่อออกซิเจนที่จมูก เจาะมือทั้งสองข้างและฉีดฉีดอะดรีนาลีนบริเวณต้นขาทั้งสองข้าง และความดันตอนนั้นอยู่ต่ำกว่า 60/40 (ซึ่งมาทราบที่หลังจากการนอนพักฟื้นในห้อง ICU ) เหตุการณ์มันผ่านไปอย่างรวดเร็วที่เหล่าคุณหมอและคุณพยาบาล 5-6 คน ช่วยกันทำให้ผมฟื้นจากอาการเริ่มหายใจกลับมาเป็นเหมือนเดิม ลืมตาได้ พูดเริ่มชัดขึ้น ผื่นตามตัวเริ่มจ้างและหายไป หน้าบวมลดลงตามลำดับ หลังจากนั้นราว 30 นาที เภสัชกรก็มาพูดคุยเกี่ยวกับยาที่แพ้ และได้ทำบัตรชนิดยาที่แพ้ให้พกติดตัวทุกครั้งและแสดงบัตรแข้งชนิดยาที่แพ้ ก่อนรับยาครั้งต่อไปจากหมอหรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด หลังจากนั้นทาง ร.พ. เค้ามาถามสิทธิในการรักษาของผม ว่ามีสิทธิหรือประกันอะไรบ้างไม ผมตอบว่ามีสิทธิข้าราชการ และไม่ได้ทำประกันไว้เลย ทั้งๆภรรยาเคยบอกว่าควรทำ เพราะในครอบทั้งภรรยาและลูกทั้งสองคนทำประกันทุกคน เนื่องจากผมดื้อ คิดว่าร่างกายแข็งแรง คงไม่มีอะไร และเป็นคนชอบซื้อยากินเอง ไม่ชอบไป ร.พ. จึงคิดว่าไข้ทั่วไปกินยาเองก็น่าจะหาย เต็มที่ไปคลีนิคเอา เพราะหลีกเลี่ยงเข้า ร.พ.รัฐบาลอย่างไม่จำเป็น เพราะความคิดส่วนตัว คือไม่ชอบการรอคอยพบหมอนานๆ ในโรงพยาบาลรัฐอย่างมาก และบรรยากาศของ ร.พ. รัฐที่ดูวุ่นวาย แออัด ตอนนั้นบอกตามตรงมีแอบกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ไม่น้อย คาดการณ์ไว้ว่าค่ารักษาต่ำๆ มีครึ่งแสนเพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของจังหวัด แต่นวามกังวลนั้นได้หมดไปเพราะทาง ร.พ. ได้นำเอกสารตัวหนึ่งที่เป็นสิทธิคนไทยเบื้องต้นคือ ถ้าผู้ป่วยมีอาการขั้นวิกฤตฉุกเฉินนำไปสู่การเสี่ยงต่อการเสียชีวิตกฎหมายไทยมีการครอบคุมเป็นสิทธิคนไทยทุกคนได้รับ อธิบายง่ายๆให้เข้าใจคือ ถ้าอาการที่ทำให้เราเฉียดตายเราสามารถเข้า ร.พ. ไหนก็ได้ที่ใกล้ที่สุดรวมทั้ง ร.พ.เอกชน จะไม่มีค่าใช้จ่ายในเวลา 72 ชั่วโมง ผมอยู่ ร.พ. เอกชนแห่งนี้ได้ 3 วันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ตอนนั้นผมรู้สึกถึงการภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยจริงๆ ที่มีสิทธิดีๆแบบนี้คุ้มครอง
วันนี้มาหาหมอที่โรงบาลธนบุรีตรังเจอเจ้าหน้าที่ต้อนรับให้บริกาน่ารักมากคะ และเจ้าหน้าที่เข็นเปลบริการดีทุกครั้งรวมไปถึงคุณหมดและพยาบาลบริการดีให้คำแนะนำคำปรึกษาได้รู้สึกสบายใจมากเลยคะ นอกจากนี้จุดที่มารับยาบริเวณตึก3มีอาหารและเครื่องดื่มของ BLACK CANYON และ Auntie Anne’s รู้สึกว่ามีการพัฒนาและรองรับความต้องการตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วยและญาติที่มาหาหมอครบจบในที่เดียวเลยคะ และเมื่อดิฉันจะกลับบ้านไปยังจุดที่จอดรถมีเจ้าหน้าที่ขับรถกล์อฟไปส่งถึงที่จอดเลยคะ ให้10/10ไม่หักคะ
**“แม้จะเป็นเพียงอาการป่วยเล็กน้อย แต่วันนี้ ดิฉันได้รับประสบการณ์การดูแลที่ดีจากทีมงานโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา ประทับใจในน้ำใจของพนักงานเปล เจ้าหน้าที่ต้อนรับและน้องได้เวชระเบียนที่ให้การต้อนรับด้วยรอยยิ้มและความใส่ใจ ในการรักษาของคุณหมอวิสาท แผนกอายุรกรรม ที่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจและคลายกังวลไปได้มาก โดยเฉพาะการดูแลที่อบอุ่นจากทีม พยาบาลวิชาชีพที่คอยซักถามและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ในฐานะตัวแทนประกันชีวิตที่ต้องดูแลสุขภาพของลูกค้าเป็นสำคัญ การได้เห็นมาตรฐานการรักษาและบริการที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ ทำให้ดิฉัน มั่นใจเต็มร้อยที่จะส่งต่อความไว้วางใจให้ลูกค้าและคนที่รักมาใช้บริการที่นี่ ขอบคุณโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง จากใจจริงค่ะ 🙏 ให้ห้าดาวเต็มไม่หักเลยคร้า
วันนี้มีโอกาสมาใช้บริการที่โรงพยาบาลธนบุรีตรัง ประทับใจตั้งแต่เดินทางมาถึงเพราะมีสถานที่กว้างขวางสะอาดและที่จอดรถเพียงพอ ทำให้สะดวกมาก เจ้าหน้าที่ต้อนรับเป็นกันเอง เจ้าหน้าที่เปลให้บริการด้วยความรวดเร็วสุภาพ และคอยช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มใจ โดยรวมแล้วรู้สึกประทับใจทั้งสถานที่ การบริการ และความเอาใจใส่ของบุคลากรทุกคน
- ⭐⭐⭐⭐⭐ ประทับใจอยากบอกต่อ คุณหมอดวงดี โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง คือท่านแรกที่คิดถึงทุกครั้งที่ลูกไม่สบาย เพราะน้องเป็นคนไข้คุณหมอมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว คราวนี้ไข้ขึ้นสูงไวมาก ก็ไม่รอช้ารีบพามาเลย อยากบอกว่าประทับใจทุกขั้นตอนจริง ๆ ตั้งแต่ที่จอดรถกว้างขวาง ขับเข้าออกสะดวก ไม่ต้องกลัวที่แคบ พี่ ๆ ต้อนรับ ก็ต้อนรับดีมาก พยาบาลแผนกถามไถ่อาการน้องตลอด ทำให้รู้สึกว่าเขาดูแลเราจริง ๆ อีกอย่างที่อยากชมคือเจ้าหน้าที่เวชระเบียน กระตือรือร้นช่วยตรวจสิทธิ์ประกันให้แบบไม่ต้องรอนาน แต่ที่ต้องขอชมเป็นพิเศษคือพี่ ๆ พยาบาลและทีมผู้ช่วย บนหอพักชั้น 3703 ดูแลน้องได้ดีมาก อ่อนโยน เป็นกันเอง ให้กำลังใจทั้งตัวเด็กและคนเป็นแม่แบบนี้แหละ ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจเวลาต้องอยู่โรงพยาบาล โดยรวมแล้วประทับใจทุกอย่าง บริการดี ดูแลดี อบอุ่นเหมือนมีครอบครัวอีกหลังนึง ที่สำคัญคือไว้ใจได้จริง ๆ สำหรับเราและคนในครอบครัว อยากแนะนำให้คนอื่น ๆ ที่กำลังมองหาโรงพยาบาลดี ๆ ในตรัง ลองมาใช้บริการดูค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง 🙏
บทความสุขภาพ
สาระความรู้ดีๆ จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ








