COVID-19 ช่วงที่กลับมาระบาด: อาการ วิธีป้องกัน และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์
อัปเดตสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังพบการติดเชื้อเป็นระยะ พร้อมวิธีสังเกตอาการ การดูแลตัวเอง การลดการแพร่เชื้อ และสัญญาณอันตรายที่ควรมาพบแพทย์

COVID-19 ยังไม่หายไปจากชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะช่วงที่โรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ RSV เพิ่มขึ้นพร้อมกัน ข้อมูลในประเทศไทย ณ 28 สิงหาคม 2569 รายงานผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ต้นปี 95,357 ราย และมีการเฝ้าระวังสายพันธุ์ NB.1.8.1 อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือไม่ตื่นตระหนก แต่รู้เท่าทันอาการ พักเมื่อป่วย ลดการสัมผัสใกล้ชิด และรีบพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย
อาการคล้ายหวัดได้
พักเมื่อป่วย ลดการแพร่เชื้อ
กลุ่มเสี่ยงควรระวังมากขึ้น
สถานการณ์ตอนนี้ควรเข้าใจอย่างไร
COVID-19 ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ตามธรรมชาติของไวรัส หลายระลอกอาจมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าจะรุนแรงขึ้นเสมอไป หน่วยงานสาธารณสุขยังติดตามจำนวนผู้ป่วย การนอนโรงพยาบาล การเสียชีวิต และสายพันธุ์ที่พบ เพื่อประเมินความเสี่ยงเป็นระยะ
- ✓ในไทยมีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นร่วมกับโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ
- ✓สายพันธุ์ที่พบมากในรายงานล่าสุดคือ NB.1.8.1
- ✓ยังควรติดตามประกาศจากกรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุข
- ✓ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวควรระวังภาวะแทรกซ้อน
อาการ COVID-19 ที่พบบ่อย
อาการอาจคล้ายไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ และอาจต่างกันตามสายพันธุ์หรือภูมิคุ้มกันของแต่ละคน หากมีอาการป่วยทางเดินหายใจ ควรพัก สวมหน้ากากเมื่ออยู่ใกล้ผู้อื่น และพิจารณาตรวจ COVID-19 โดยเฉพาะเมื่ออยู่ร่วมกับกลุ่มเสี่ยง

- ✓ไข้ หนาวสั่น ไอ เจ็บคอ
- ✓คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว
- ✓อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียในบางราย
- ✓การรับกลิ่นหรือรสลดลงยังพบได้ แต่ไม่จำเป็นต้องมีทุกราย
ใครบ้างที่เสี่ยงอาการรุนแรง
คนส่วนใหญ่อาจมีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางและหายได้เอง แต่บางกลุ่มมีโอกาสเกิดปอดอักเสบ ออกซิเจนต่ำ หรือโรคประจำตัวกำเริบ จึงควรปรึกษาแพทย์เร็วขึ้นเมื่อเริ่มป่วย
- ✓ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 65 ปีขึ้นไป
- ✓ผู้มีโรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไต หรือมะเร็ง
- ✓ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือรับยากดภูมิ
- ✓หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก หรือผู้ที่มีน้ำหนักเกินมากควรได้รับคำแนะนำเฉพาะราย
ดูแลตัวเองและลดการแพร่เชื้ออย่างไร
หลักง่าย ๆ คือพักเมื่อป่วย ดื่มน้ำให้พอ แยกของใช้ส่วนตัว สวมหน้ากากเมื่อใกล้ผู้อื่น ล้างมือบ่อย ๆ และเปิดให้อากาศถ่ายเท หากผลตรวจเป็นบวก ไม่ควรฝืนไปทำงานหรือเข้าร่วมกิจกรรมแออัดจนกว่าอาการจะดีขึ้น

- ✓ใช้ยาลดไข้หรือยาแก้ไอตามคำแนะนำ ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเอง
- ✓เว้นระยะห่างจากผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวในบ้าน
- ✓ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิด โทรศัพท์ โต๊ะทำงาน
- ✓หากต้องมาโรงพยาบาล ควรสวมหน้ากากตลอดการเดินทาง
สัญญาณอันตรายที่ควรพบแพทย์ทันที
อย่ารอดูอาการเองหากมีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ซึมลง หรือดื่มกินไม่ได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก หรือคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรโทรสอบถามหรือมารับการประเมินที่โรงพยาบาลทันที
- ✓หายใจเหนื่อย หอบ หรือหายใจสั้น
- ✓เจ็บหรือแน่นหน้าอกต่อเนื่อง
- ✓ซึม สับสน ปลุกยาก หรืออ่อนแรงผิดปกติ
- ✓ริมฝีปาก ปลายนิ้ว หรือผิวซีด เขียว หรือคล้ำกว่าปกติ
เตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ
- 1หากสงสัย COVID-19 หรือมีผลตรวจเป็นบวก ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ เพื่อจัดเส้นทางดูแลที่เหมาะสม
- 2นำรายชื่อยา โรคประจำตัว ประวัติวัคซีน และผลตรวจ ATK/RT-PCR ถ้ามี มาด้วย
- 3สวมหน้ากาก ล้างมือ และหลีกเลี่ยงการพาผู้ติดตามที่ไม่จำเป็นมาโรงพยาบาล
มีอาการคล้ายหวัด หรือสัมผัสผู้ป่วย COVID-19? มาตรวจให้ชัดเจน
โรงพยาบาลธนบุรีตรังพร้อมให้คำปรึกษา ตรวจประเมินอาการทางเดินหายใจ และแนะนำการดูแลที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ต้องรอให้อาการหนักก่อนมาพบแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ามีอาการคล้ายหวัดต้องตรวจ COVID-19 ทุกครั้งไหม?+
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แต่ควรพิจารณาตรวจหากมีไข้ ไอ เจ็บคอ หลังสัมผัสผู้ป่วย หรืออยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
COVID-19 ตอนนี้รุนแรงกว่าเดิมไหม?+
ข้อมูลเฝ้าระวังยังต้องติดตามเป็นระยะ การพบผู้ป่วยเพิ่มไม่ได้หมายความว่าสายพันธุ์รุนแรงขึ้นเสมอไป แต่ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวยังมีความเสี่ยงสูงกว่าและควรระวังเป็นพิเศษ
ผล ATK ลบ แต่ยังมีอาการ ควรทำอย่างไร?+
พักและลดการสัมผัสใกล้ชิดต่อไป หากอาการมากขึ้นหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์ แพทย์อาจพิจารณาตรวจซ้ำหรือเลือกการตรวจอื่นตามความเหมาะสม
ต้องกินยาต้านไวรัสทุกคนไหม?+
ไม่จำเป็นทุกคน ยาต้านไวรัสมักพิจารณาในผู้ที่เสี่ยงอาการรุนแรงและต้องเริ่มในเวลาที่เหมาะสม ควรให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรซื้อยากินเอง
