← กลับไปหน้าแพ็กเกจ

แพ็กเกจตรวจการนอนหลับ Sleep Test

แพ็กเกจตรวจการนอนหลับ Sleep Test
แชร์แพ็กเกจ :
ราคาและตัวเลือก
13999
หมดเขต2026-12-31

ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง

มั่นใจในความเชี่ยวชาญ

เครื่องมือทันสมัย

ความแม่นยำสูง

รู้ผลตรวจรวดเร็ว

ไม่ต้องรอนาน

 

การตรวจการนอนหลับ Sleep Test คืออะไร

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) คือกระบวนการตรวจวิเคราะห์คุณภาพการนอน โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการตรวจวัดการทำงานของร่างกายระหว่างหลับ เช่น การหายใจ การเคลื่อนไหวของตา คลื่นสมอง อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับออกซิเจนในเลือด เพื่อค้นหาความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) หรืออาการนอนไม่หลับเรื้อรัง

ผลการตรวจช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้คุณกลับมานอนหลับได้เต็มอิ่มและมีคุณภาพ


สัญญาณเตือนว่าคุณควรตรวจ Sleep Test

คุณอาจกำลังมีปัญหาการนอนโดยไม่รู้ตัว หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • นอนกรนเสียงดัง

  • หยุดหายใจขณะหลับ หรือสะดุ้งตื่นบ่อย

  • รู้สึกง่วงหรือเพลียแม้ได้นอนครบชั่วโมง

  • ปวดศีรษะตอนเช้า

  • สมาธิสั้น ความจำลดลง

  • มีภาวะความดันโลหิตสูงหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

หากมีอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินคุณภาพการนอนและป้องกันโรคแทรกซ้อนในอนาคต


ประเภทของการตรวจการนอนหลับ

  1. การตรวจในห้องปฏิบัติการ (Polysomnography – PSG)
    ตรวจโดยทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เครื่องมือวัดหลายจุดขณะผู้ป่วยนอนหลับในห้องเฉพาะภายในโรงพยาบาล ให้ผลละเอียดและแม่นยำที่สุด

  2. การตรวจที่บ้าน (Home Sleep Test)
    ใช้เครื่องขนาดเล็กในการบันทึกข้อมูลการหายใจและระดับออกซิเจนขณะหลับ เหมาะสำหรับผู้ที่สะดวกนอนที่บ้านหรือมีความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับปานกลาง


ข้อดีของการตรวจ Sleep Test

  1. วิเคราะห์ได้ละเอียดและแม่นยำ
    เครื่องตรวจสามารถบันทึกการทำงานของร่างกายหลายระบบพร้อมกัน ทำให้แพทย์เห็นความผิดปกติอย่างชัดเจน

  2. ช่วยวางแผนการรักษาได้ตรงจุด
    ผลตรวจ Sleep Test ทำให้สามารถวิเคราะห์ต้นเหตุของปัญหาการนอน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ภาวะขากระตุกขณะนอน หรือโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง

  3. ลดความเสี่ยงต่อโรคร้าย
    การตรวจพบและรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้เร็ว จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง

  4. ปรับปรุงคุณภาพชีวิต
    เมื่อการนอนกลับมามีคุณภาพ จะช่วยให้ตื่นเช้าสดชื่น สมองปลอดโปร่ง และลดอาการเหนื่อยล้าระหว่างวัน


เหมาะสำหรับใครบ้าง

  • ผู้ที่นอนกรนเสียงดัง

  • ผู้ที่รู้สึกเหนื่อยง่าย ง่วงบ่อยแม้ได้นอนเต็มที่

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน

  • ผู้ที่น้ำหนักเกินหรือมีคอหนา

  • ผู้ที่มีประวัติหยุดหายใจขณะหลับในครอบครัว


ขั้นตอนการตรวจ Sleep Test

  1. แพทย์ทำการซักประวัติและประเมินอาการเบื้องต้น

  2. เจ้าหน้าที่ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ

  3. ผู้ป่วยนอนหลับตามปกติในห้องตรวจหรือที่บ้าน

  4. ระบบบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ เช่น คลื่นสมอง การหายใจ อัตราการเต้นหัวใจ

  5. แพทย์วิเคราะห์ผลและให้คำแนะนำแนวทางการรักษา


ระยะเวลาและความปลอดภัย

  • ใช้เวลาตรวจประมาณ 6–8 ชั่วโมง

  • ไม่มีความเจ็บปวด

  • ปลอดภัยต่อทุกเพศทุกวัย

  • สามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังตรวจเสร็จ


ผลที่ได้จากการตรวจ

  • ระบุประเภทของปัญหาการนอนได้อย่างแม่นยำ

  • ทราบระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • นำไปสู่การรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจขณะหลับ (CPAP) หรือวิธีอื่น ๆ ที่เหมาะสม
     

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

    1. ตรวจ Sleep Test เจ็บไหม?
    ไม่เจ็บเลยครับ อุปกรณ์ใช้เพียงแปะเซ็นเซอร์ไว้ตามร่างกาย ไม่มีการเจาะหรือฉีดยา

    2. ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาลหรือไม่?
    หากเลือกแบบ Sleep Test ในโรงพยาบาล ต้องนอนค้าง 1 คืน แต่หากเลือก Home Sleep Test สามารถทำที่บ้านได้

    3. ตรวจ Sleep Test ต้องงดน้ำงดอาหารไหม?
    ไม่จำเป็น เพียงหลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ก่อนตรวจ

    4. ใช้เวลานานเท่าไรถึงรู้ผล?
    โดยทั่วไปสามารถทราบผลภายใน 3–5 วันทำการหลังตรวจ

    5. หากพบภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ต้องทำอย่างไรต่อ?
    แพทย์จะประเมินและแนะนำแนวทางการรักษา เช่น การใช้เครื่อง CPAP หรือการปรับพฤติกรรมการนอน

    6. ทำไมคนอ้วนจึงมีโอกาสเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากกว่า?
    เพราะเนื้อเยื่อในช่องคอและทางเดินหายใจมีมาก ทำให้เกิดการตีบแคบขณะนอนหลับ


    สรุป

    การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอน หรือสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพราะการรู้เท่าทันตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้ทันเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต และลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจหรือหลอดเลือดในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ



     

4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการรับบริการ

1. เลือกแพ็กเกจ
2. ชำระเงิน
3. ทำนัดหมาย
4. เข้ารับบริการ