วัคซีนป้องกันตับ

วัคซีนตับอักเสบ บี และ เอ ตรัง ป้องกันมะเร็งตับ

15 มิ.ย. 2569
วัคซีนตับอักเสบ บี เอ โรงพยาบาลธนบุรีตรัง

💡สิ่งที่คุณจะรู้จากบทความนี้

  • ✔ ตับอักเสบ บี และ เอ ต่างกันอย่างไร
  • ✔ ทำไมตับอักเสบบีถึงนำไปสู่มะเร็งตับได้
  • ✔ ต้องตรวจเลือดก่อนฉีดไหม — คำตอบที่คุณต้องรู้
  • ✔ ตารางฉีดและระยะเวลาที่ภูมิคุ้มกันอยู่
  • ✔ วัคซีนรวม Twinrix คืออะไร ดีกว่าฉีดแยกไหม

ไวรัสตับอักเสบ บี — สาเหตุหลักของมะเร็งตับ

ไวรัสตับอักเสบ บี (HBV) เป็นสาเหตุหลักของโรคตับเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ (มะเร็งเซลล์ตับ) ทั่วโลก ในประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ HBV เรื้อรังประมาณ 6–7% ของประชากร หรือราว 4–5 ล้านคน การฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่ที่ยังไม่มีภูมิสามารถป้องกันได้ถึง 95%

ไวรัสตับอักเสบ เอ (HAV) ส่วนใหญ่ติดต่อทางอาหารและน้ำปนเปื้อน แม้ไม่กลายเป็นเรื้อรัง แต่อาจทำให้ป่วยหนักถึงขั้นนอนโรงพยาบาลได้นานหลายสัปดาห์ วัคซีน HAV ป้องกันได้มากกว่า 94% และภูมิคุ้มกันอยู่ได้อย่างน้อย 20–25 ปี

🛡️

ป้องกัน HBV 95%

ในผู้ที่ยังไม่มีภูมิ

ภูมิอยู่ 20–30+ ปี

ไม่ต้องกระตุ้นซ้ำทั่วไป

💉

วัคซีนรวม Twinrix

ป้องกัน A+B ใน 3 เข็ม

ใครควรฉีดวัคซีนตับอักเสบ?

วัคซีนตับอักเสบเหมาะสำหรับทุกคนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน

🧳

ผู้เดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชียและแอฟริกา

👨‍⚕️

บุคลากรทางการแพทย์และทันตแพทย์ ที่สัมผัสเลือดผู้ป่วย

❤️

ผู้ที่มีคู่นอนใหม่หรือหลายคน ความเสี่ยงผ่านเพศสัมพันธ์

🏠

ผู้ที่อาศัยหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

🩸

ผู้ป่วยฟอกไตหรือรับเลือดบ่อยครั้ง

🍽️

ผู้ที่รับประทานอาหารนอกบ้านบ่อย ป้องกันตับอักเสบเอจากอาหาร

กลุ่มเสี่ยงสูงที่ต้องรีบตรวจและฉีด

กลุ่มเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงและควรตรวจภูมิก่อนฉีดวัคซีน

🦠

ผู้ที่ยังไม่มีภูมิต่อไวรัสตับอักเสบ บี — ตรวจ anti-HBs ก่อน

🌏

ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ — อัตราพาหะ HBV สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

🍷

ผู้ดื่มแอลกอฮอล์จัด — ตับเสียหายง่ายกว่าเมื่อติดเชื้อ HBV

💊

ผู้ใช้ยากดภูมิ เช่น ยาเคมีบำบัดหรือยากันปฏิเสธอวัยวะ

🩺

ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังอยู่แล้ว ต้องการป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน

👶

ผู้ปกครองที่ต้องการป้องกันการแพร่เชื้อจากตนเองให้บุตร

ขั้นตอนการฉีดวัคซีนตับอักเสบที่ธนบุรีตรัง

1

🔬 ตรวจเลือด anti-HBs และ HBsAg ก่อนฉีด

ยืนยันว่ายังไม่มีภูมิและไม่ได้ติดเชื้ออยู่ก่อนเริ่มวัคซีน

2

💉 รับวัคซีนเข็มที่ 1 (เดือน 0)

ฉีดวัคซีนตับอักเสบ บี หรือ เอ หรือ Twinrix ตามที่แพทย์แนะนำ

3

📅 รับวัคซีนเข็มที่ 2 (เดือน 1 หรือ 6)

ตารางขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีนที่เลือก แพทย์จะแจ้งวันนัดที่เหมาะสม

4

ครบชุดวัคซีนตับอักเสบ บี (เดือน 6)

สำหรับตาราง 3 เข็ม รับเข็มสุดท้ายที่เดือน 6 หลังเข็มแรก

5

🔬 ตรวจ anti-HBs ยืนยันภูมิหลังครบชุด

ตรวจเลือด 1–2 เดือนหลังครบชุดเพื่อยืนยันว่าร่างกายสร้างภูมิได้

6

🛡️ รับรองภูมิคุ้มกันระยะยาว 20–30+ ปี

หากสร้างภูมิได้ดี ไม่ต้องฉีดกระตุ้นในคนทั่วไป

คำถามที่พบบ่อย

ตับอักเสบ บี และ เอ ต่างกันอย่างไร?+
ตับอักเสบ เอ (HAV) ติดต่อทางอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน มักหายเองใน 2–3 เดือน ไม่กลายเป็นเรื้อรัง ส่วนตับอักเสบ บี (HBV) ติดต่อทางเลือดและเพศสัมพันธ์ อาจกลายเป็นเรื้อรัง นำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้ในระยะยาว
ผู้ใหญ่ที่ไม่มีภูมิต่อตับอักเสบบีต้องฉีดกี่เข็ม?+
ฉีด 3 เข็มในตาราง 0, 1, 6 เดือน หรือฉีด 2 เข็มด้วยสูตร Heplisav-B ที่ FDA สหรัฐฯ อนุมัติ (0 และ 1 เดือน) สำหรับอายุ 18 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจระดับ anti-HBs หลังครบชุดวัคซีนเพื่อยืนยันการสร้างภูมิ
วัคซีนตับอักเสบบีฉีดแล้วป้องกันได้นานแค่ไหน?+
วัคซีนตับอักเสบบีมีความคงทนนานมาก การศึกษาระยะยาวพบว่าภูมิคุ้มกันยังคงอยู่ได้ 20–30 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นในคนที่สร้างภูมิได้ดีหลังครบชุดวัคซีน ยกเว้นบุคลากรทางการแพทย์ที่ควรตรวจ anti-HBs ทุก 5–10 ปี
ต้องตรวจเลือดก่อนฉีดวัคซีนตับอักเสบบีไหม?+
แนะนำให้ตรวจก่อนสำหรับผู้ใหญ่ โดยตรวจ HBsAg (ติดเชื้ออยู่ไหม), anti-HBs (มีภูมิแล้วไหม) และ anti-HBc (เคยติดเชื้อมาก่อนไหม) หากมีภูมิแล้วไม่ต้องฉีด ประหยัดค่าใช้จ่ายและหลีกเลี่ยงการฉีดที่ไม่จำเป็น
วัคซีนตับอักเสบเอต้องฉีดกี่เข็ม และกี่เดือน?+
ฉีด 2 เข็ม เข็มที่ 1 วันใดก็ได้ เข็มที่ 2 ห่างออกไป 6–18 เดือน ให้ภูมิคุ้มกันนานอย่างน้อย 20–25 ปี มีวัคซีนรวม Hepatitis A+B (Twinrix) ที่ฉีดได้ใน 3 เข็มเพื่อความสะดวก
ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนตับอักเสบบีโดยเฉพาะ?+
ผู้ที่ควรฉีดเป็นพิเศษ ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อ HBV ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน ผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด ผู้ฟอกไต ผู้ป่วยที่ต้องรับเลือดบ่อย และผู้เดินทางไปประเทศที่ HBV ชุกชุม
ฉีดวัคซีนตับอักเสบได้ทั้ง บี และ เอ พร้อมกันไหม?+
ได้ครับ สามารถฉีดวัคซีนตับอักเสบ เอ และ บี พร้อมกันคนละตำแหน่ง หรือเลือกวัคซีนรวม Twinrix ที่ป้องกันทั้งสองชนิดในเข็มเดียว ช่วยลดจำนวนครั้งที่ต้องมาฉีด