มะเร็งวิทยา

เคมีบำบัด รักษามะเร็ง ที่ตรัง โดยทีมแพทย์เชี่ยวชาญ

15 มิ.ย. 2569
เคมีบำบัดรักษามะเร็ง โรงพยาบาลธนบุรีตรัง

💡สิ่งที่คุณจะรู้จากบทความนี้

  • ✔ เคมีบำบัดคืออะไร และออกฤทธิ์อย่างไร
  • ✔ สัญญาณที่ควรพบแพทย์มะเร็งวิทยา
  • ✔ ขั้นตอนการรักษาตั้งแต่ต้นจนจบ
  • ✔ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและวิธีรับมือ
  • ✔ การดูแลตนเองระหว่างเคมีบำบัด

เคมีบำบัดคืออะไร?

เคมีบำบัด (Chemotherapy) คือการใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง ยาจะออกฤทธิ์ขัดขวางการแบ่งตัวและการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ซึ่งแบ่งตัวเร็วกว่าเซลล์ปกติ สามารถให้ยาทางหลอดเลือดดำ รับประทาน หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

เคมีบำบัดอาจใช้เป็นการรักษาหลัก ร่วมกับการผ่าตัด หรือรังสีรักษา ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็ง เป้าหมายอาจเป็นการรักษาให้หาย ควบคุมการเจริญเติบโต หรือบรรเทาอาการ

6 สัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์มะเร็งวิทยา

อย่าชะล่าใจ การวินิจฉัยและรักษาเร็วเพิ่มโอกาสหาย

🔴

ก้อนเนื้อหรือต่อมน้ำเหลืองโตผิดปกติ

⚖️

น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

😴

อ่อนเพลียเรื้อรัง ไม่หายแม้พักผ่อน

🩸

มีเลือดออกหรือสังเกตเห็นผิดปกติในของเสียจากร่างกาย

🤕

ปวดเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ

🔬

ผลชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นมะเร็ง (Biopsy positive)

กลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจคัดกรองมะเร็ง

การตรวจพบแต่เนิ่นๆ ช่วยให้รักษาได้ง่ายขึ้นและผลดีกว่า

🧬

มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง

🚬

สูบบุหรี่หรือสัมผัสสารเคมีเป็นเวลานาน

🍖

รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและผักน้อย

🦠

ติดเชื้อไวรัสที่เพิ่มความเสี่ยง เช่น HPV, HBV, HCV

🧓

อายุ 45 ปีขึ้นไป ยังไม่เคยตรวจคัดกรองมะเร็ง

💊

เคยรักษามะเร็งมาก่อนและต้องติดตามผล

ขั้นตอนการรักษาเคมีบำบัด

1

📋 ปรึกษาแพทย์มะเร็งวิทยา

แพทย์ทบทวนผลการวินิจฉัย ชนิดมะเร็ง และระยะ เพื่อวางแผนการรักษา

2

🧪 ตรวจเลือดและภาพรังสีก่อนรักษา

ตรวจความพร้อมของร่างกาย ไต ตับ เลือด ก่อนเริ่มยา

3

💉 เริ่มให้เคมีบำบัด (รอบที่ 1)

ให้ยาทางหลอดเลือดดำในห้องเคมีบำบัด มีพยาบาลดูแลตลอด

4

📅 ติดตามผลและรอบถัดไป

ตรวจเลือดระหว่างรอบ ประเมินการตอบสนองและปรับยาหากจำเป็น

5

📊 ภาพรังสีติดตามผลการรักษา

CT หรือ PET scan เพื่อดูว่าก้อนมะเร็งลดลงหรือไม่

6

🏁 ครบกำหนดการรักษา & วางแผนติดตาม

แพทย์สรุปผลและกำหนดแผนติดตามระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

เคมีบำบัดเจ็บปวดไหม?+
การให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำไม่เจ็บปวดในระหว่างการให้ยา แต่ผลข้างเคียงเช่น คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือผมร่วงอาจเกิดขึ้นในภายหลัง แพทย์จะให้ยาป้องกันและจัดการผลข้างเคียงให้ดีที่สุด
เคมีบำบัดใช้เวลานานแค่ไหนต่อครั้ง?+
ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและโปรโตคอลการรักษา โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 1–6 ชั่วโมงต่อครั้ง บางสูตรอาจต้องนอนโรงพยาบาล บางสูตรทำเป็นผู้ป่วยนอก (OPD) ได้ แพทย์จะกำหนดตารางการรักษาให้ชัดเจน
ระหว่างเคมีบำบัดยังทำงานได้ไหม?+
ขึ้นอยู่กับชนิดของสูตรยาและอาการของผู้ป่วย บางรายสามารถทำงานได้ตามปกติ บางรายต้องพักผ่อนมากขึ้น แพทย์จะประเมินและให้คำแนะนำเรื่องกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่เหมาะสม
เคมีบำบัดกี่รอบถึงจะครบ?+
จำนวนรอบการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดมะเร็ง ระยะ และการตอบสนองต่อยา โดยทั่วไปอยู่ที่ 4–8 รอบ ห่างกัน 2–4 สัปดาห์ต่อรอบ แพทย์จะติดตามผลด้วยการตรวจเลือดและภาพรังสีอย่างสม่ำเสมอ
ผมร่วงจะงอกกลับมาไหม?+
ส่วนใหญ่ผมจะเริ่มงอกกลับมาภายใน 2–6 เดือนหลังหยุดเคมีบำบัด ผมที่งอกใหม่อาจมีเนื้อสัมผัสหรือสีแตกต่างจากเดิมชั่วคราว แต่จะกลับสู่ปกติในที่สุด ทีมพยาบาลของเราจะให้คำแนะนำการดูแลเส้นผมระหว่างการรักษา
เคมีบำบัดกับรังสีรักษาต่างกันอย่างไร?+
เคมีบำบัดเป็นยาที่ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย ทำลายเซลล์มะเร็งทุกที่ในร่างกาย ส่วนรังสีรักษาเป็นการใช้รังสีพุ่งตรงไปยังตำแหน่งมะเร็งโดยเฉพาะ การรักษาทั้งสองวิธีอาจใช้ร่วมกันได้เพื่อประสิทธิผลสูงสุด
โรงพยาบาลธนบุรีตรังรักษามะเร็งชนิดใดได้บ้าง?+
เราให้บริการเคมีบำบัดสำหรับมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และอื่นๆ ภายใต้การดูแลของแพทย์อายุรกรรมมะเร็งวิทยา