RSV ในเด็ก: รับมือไวรัสที่ “เหมือนไข้หวัด…แต่ไม่ใช่เล่นๆ”

RSV ในเด็ก: รับมือไวรัสที่ “เหมือนไข้หวัด…แต่ไม่ใช่เล่นๆ”
บทความความรู้สำหรับคุณพ่อคุณแม่ – โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง
ลูกจามหนึ่งที บ้านทั้งหลังสะดุ้ง—คุ้นมากใช่ไหม? ช่วงเปลี่ยนฤดู RSV (Respiratory Syncytial Virus) ระบาดง่ายในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน อาการคล้ายหวัดทั่วไป แต่ในทารกและเด็กเล็กอาจลุกลามเป็น หลอดลมฝอยอักเสบ/ปอดอักเสบ ได้รวดเร็ว ต้องรู้ให้ทันและรับมือให้ถูก
RSV คืออะไร?
ไวรัสทางเดินหายใจที่แพร่ผ่านละอองฝอย น้ำมูก น้ำลาย หรือการสัมผัสพื้นผิวปนเปื้อน ทำให้ไอ มีน้ำมูก ไข้ต่ำๆ ในเด็กโตมักหายเอง แต่ ทารกอายุน้อย (<12 เดือน), เด็กคลอดก่อนกำหนด, เด็กโรคหัวใจ/ปอดเรื้อรัง, ภูมิคุ้มกันต่ำ เสี่ยงโรครุนแรงกว่า
อาการที่พบบ่อย
-
ไข้ น้ำมูก ไอ เสมหะข้น
-
ไอถี่ หายใจเร็ว หอบ มีเสียง วี้ด (wheeze)
-
ดูดนม/ทานน้อย ซึม งอแง
-
ในทารกอาจเห็น หยุดหายใจเป็นพักๆ หรือเขียวคล้ำที่ริมฝีปาก/ปลายเล็บ
สัญญาณอันตราย (รีบพบแพทย์ทันที)
-
หายใจเร็ว/อกบุ๋ม/ปีกจมูกบาน หรือ นับหายใจ >50 ครั้ง/นาที ในทารก
-
ไข้สูงลอย >39°C นานเกิน 2–3 วัน หรือชักจากไข้
-
ซึม ไม่ยอมดื่ม ไม่ปัสสาวะนาน >8 ชม. เสี่ยงขาดน้ำ
-
ปากเขียว/ตัวเขียว หยุดหายใจเป็นพักๆ
กฎเหล็ก: ถ้าใจพ่อแม่เริ่มไม่สบายใจ ให้พามาพบแพทย์ อย่ารอดูอาการนาน
ดูแลที่บ้าน: ทำอะไรได้บ้าง (และไม่ควรทำ)
ควรทำ
-
เช็ดตัว ลดไข้ด้วยพาราเซตามอลตามน้ำหนัก (เลี่ยงยาร่วมกลุ่ม NSAIDs ในเด็กเล็กหากไม่จำเป็น)
-
ให้น้ำ/นมบ่อยๆ แบ่งน้อยๆ แต่ถี่
-
ล้างจมูก/ดูดน้ำมูก ช่วยให้หายใจและกินนมดีขึ้น
-
เปิดอากาศถ่ายเท หลีกควันบุหรี่ 100%
เลี่ยง
-
ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีข้อบ่งชี้ (RSV คือไวรัส)
-
ยาไอผสมหลายชนิดในเด็กเล็กโดยไม่ปรึกษาแพทย์
-
อยู่ใกล้ผู้ป่วยคนอื่น—แพร่เชื้อง่ายมาก
ป้องกันไม่ให้ “ติดยกบ้าน”
-
ล้างมือ–เช็ดทำความสะอาดของเล่น/ลูกบิดประตูเป็นประจำ
-
สอนเด็กปิดปาก-จมูกเวลาไอจาม และทิ้งทิชชูทันที
-
เลี่ยงพาเด็กเล็กไปที่แออัดช่วงระบาด
-
ให้นมแม่ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
-
หากผู้ดูแลไม่สบายให้ใส่หน้ากากและงดหอมแก้ม—ขอรักแบบเว้นระยะสักพัก
RSV ต่างจากไข้หวัด/โควิดยังไง?
-
RSV: ไอมาก เสมหะเหนียว หายใจมีเสียงวี้ด พบทารกหายใจลำบากบ่อย
-
ไข้หวัดใหญ่: ไข้สูง ปวดเมื่อยมาก เริ่มทันที
-
โควิด-19: อาการหลากหลายกว่า มีสูญเสียกลิ่น-รสในบางราย การตรวจยืนยันช่วยแยกชัด
แพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการ/เอกซเรย์และอุปกรณ์วัดออกซิเจนตามอาการ
แนวทางป้องกันเชิงรุก
ปัจจุบันในหลายประเทศมี วัคซีนสำหรับหญิงตั้งครรภ์/ผู้สูงอายุ และมี แอนติบอดีเชิงป้องกันสำหรับทารกกลุ่มเสี่ยง (ให้โดยบุคลากรแพทย์ตามข้อบ่งชี้และช่วงฤดูกาลระบาด) ความเหมาะสมในบริบทประเทศไทยให้ปรึกษากุมารแพทย์เพื่อข้อมูลล่าสุดและการเข้าถึงจริง
เมื่อไหร่ควรมาที่ โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง
-
มีสัญญาณอันตรายด้านบน
-
ไข้เกิน 48–72 ชม. หรือกินดื่มไม่ได้
-
เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 เดือนเริ่มมีไข้/ไอ
-
คุณพ่อคุณแม่ “เอะใจว่าไม่ปกติ”
บริการที่เราพบได้ในการดูแลผู้ป่วยทางเดินหายใจเด็ก
การประเมินโดยกุมารแพทย์, ออกซิเจน/พ่นยาเมื่อจำเป็น, ประเมินระดับออกซิเจน, ให้สารน้ำ, แยกโรคตามดุลยพินิจ และให้คำแนะนำดูแลที่บ้านอย่างเป็นขั้นตอน
คำถามพบบ่อย (FAQ)
Q1: RSV ติดต่ออยู่กี่วัน?
โดยมากแพร่เชื้อได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการและต่อเนื่องราว 3–8 วัน บางรายโดยเฉพาะทารกอาจยาวนานกว่านั้น
Q2: เด็กเป็น RSV ต้องนอนโรงพยาบาลทุกคนไหม?
ไม่จำเป็นทุกราย ขึ้นกับอาการ การกินได้/หายใจได้เพียงพอ ระดับออกซิเจน และอายุ หากอาการหนักหรือเสี่ยง ภายใต้ประเมินแพทย์อาจรับไว้สังเกต
Q3: ใช้ยาปฏิชีวนะช่วยไหม?
ไม่ช่วยต่อไวรัส อาจใช้เมื่อมีภาวะแทรกซ้อนจากแบคทีเรียเท่านั้น (พิจารณาโดยแพทย์)
Q4: พ่นยาขยายหลอดลมจำเป็นหรือเปล่า?
ใช้เฉพาะบางรายที่มี wheeze/หลอดลมหดเกร็ง และประเมินว่าได้ประโยชน์
Q5: ลูกไอทั้งคืน นอนยาก ทำอย่างไรดี?
ล้างจมูกก่อนนอน ยกศีรษะเตียงเล็กน้อย ชื้นอากาศพอเหมาะ ให้ดื่มน้ำ/นมบ่อยๆ หากหายใจเร็ว อกบุ๋ม หรือซึม ให้พามาพบแพทย์ทันที
