ผู้สูงอายุกว่าครึ่งหกล้มอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี — ส่วนใหญ่เกิดที่บ้าน และป้องกันได้

กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง
การทรงตัวและการประสานงานแย่ลง
การมองเห็นเสื่อมลง
ยาบางชนิด (ยานอนหลับ ยาลดความดัน)
โรคข้อเสื่อม โรคพาร์กินสัน
ความดันต่ำเวลาลุกขึ้นเร็ว (Orthostatic Hypotension)
พื้นลื่น โดยเฉพาะในห้องน้ำ
แสงสว่างไม่เพียงพอ
ถุงเท้าลื่น รองเท้าไม่กระชับ
สิ่งของวางกีดขวางทางเดิน
บันไดไม่มีราวจับ
เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มั่นคง ใช้พยุงตัว
การหกล้มไม่ได้แค่ทำให้เจ็บชั่วคราว แต่อาจเปลี่ยนคุณภาพชีวิตไปตลอด
กระดูกสะโพกหัก
พบบ่อยที่สุด รักษานาน เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนสูง
บาดเจ็บที่ศีรษะ
โดยเฉพาะผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด อาจเลือดออกในสมอง
กลัวการหกล้ม (Post-Fall Syndrome)
ทำให้หยุดเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อฝ่อ วงจรเลวร้ายลงเรื่อยๆ
นอนติดเตียงระยะยาว
นำไปสู่ปอดอักเสบ แผลกดทับ ลิ่มเลือด

ไทชิ (Tai Chi)
เพิ่มสมดุลและความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงได้มากที่สุดในงานวิจัย
โยคะผู้สูงอายุ
เสริมความแข็งแรงและสมดุล เหมาะทำที่บ้านหรือกลุ่มชุมชน
ยืนขาเดียว
ฝึกการทรงตัว ยืนข้างเก้าอี้เพื่อความปลอดภัย ค้าง 10-30 วินาที
เดินสม่ำเสมอ
≥30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ รักษากล้ามเนื้อและความสมดุล

อย่าลุกทันที
หยุดนิ่ง ประเมินว่าเจ็บส่วนไหน หากมีอาการปวดมากหรือขยับแล้วเจ็บ อย่าพยายามลุกเองเด็ดขาด
ร้องขอความช่วยเหลือ
ตะโกนเรียกคนในบ้าน หรือใช้โทรศัพท์โทรหาคนใกล้ชิด ถ้าไม่มีใคร ให้คลานไปหาโทรศัพท์
ถ้าลุกได้ ค่อยๆ ทำ
พลิกตัวนอนตะแคง → คุกเข่า → ใช้เฟอร์นิเจอร์มั่นคงช่วยพยุง → ลุกขึ้นช้าๆ นั่งพักก่อน
พบแพทย์ทันที
แม้ไม่เจ็บมาก ควรตรวจ X-ray เพื่อยืนยันว่าไม่มีกระดูกหัก โดยเฉพาะบริเวณสะโพก ข้อมือ และกระดูกสันหลัง
ประเมินความเสี่ยงหกล้ม ตรวจสุขภาพครบวงจร พร้อมคำแนะนำจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
📞 โทร 075-215-215ควรพบแพทย์ครับ แม้จะไม่รู้สึกเจ็บทันที เพราะกระดูกหักบางชนิด เช่น กระดูกสะโพก อาจไม่เจ็บมากในช่วงแรก แต่อาการจะแย่ลงหากเดินต่อไป การตรวจ X-ray จะช่วยยืนยัน
อันตรายมากครับ ผู้สูงอายุที่กระดูกสะโพกหักและไม่ได้รับการรักษาที่ดีพอ มีความเสี่ยงเสียชีวิตภายใน 1 ปีสูงถึง 20–30% เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนาน เช่น ปอดอักเสบและลิ่มเลือด ปัจจุบันการผ่าตัดรวดเร็วและปลอดภัยกว่ามาก
ออกกำลังกายที่เน้นความสมดุลและเสริมกล้ามเนื้อขา เช่น ไทชิ โยคะผู้สูงอายุ การฝึกยืนขาเดียว หรือโปรแกรมกายภาพบำบัดเฉพาะบุคคล แนะนำทำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์
ใช่ครับ ยาบางชนิดเพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก ได้แก่ ยานอนหลับ ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ และยากันชัก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทบทวนยาทุกชนิดที่กินอยู่เป็นประจำ
ความกลัวหลังหกล้ม (Post-Fall Syndrome) เป็นปัญหาจริงที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอลงเร็วขึ้น ควรปรึกษาแพทย์และนักกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นความมั่นใจอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าหยุดเดินโดยสมบูรณ์
จำเป็นมากสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ไม้เท้าหรือวอล์กเกอร์ที่ได้ขนาดพอดีจะลดแรงกระแทกต่อข้อและเพิ่มความมั่นคงอย่างมาก ควรให้แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดแนะนำประเภทที่เหมาะสม
มีแพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้สูงอายุครบวงจร รวมถึงการประเมินความเสี่ยงหกล้ม บริการกายภาพบำบัด และทีมศัลยแพทย์กระดูกพร้อมดูแลหากเกิดกระดูกหัก โทร 075-215-215